หลังจากมีงานเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับเกม, นิโคติน และมาโซคิสม์ 2 หนุ่ม Mirrr อย่างโต-เลอทัศน์ เกตุสุข (ร้องนำ) และนาว-วิชชานนท์ ว่องวีรชัยเดชา (กีตาร์) ก็ปล่อยอัลบั้มแรกอย่าง Q.E.D. (Quod Erat Demonstrandum) ซึ่งเป็นความหมายทางคณิตศาสตร์ที่มีความหมายว่า “ซึ่งต้องพิสูจน์” ที่มาพร้อมกับปกอัลบั้มที่ชวนนึกถึงยุค 2000s พร้อมกับ 10 เพลงที่คลุกเคล้าไปด้วยดนตรีแนว Electronic Pop การร้องในฟีล R&B และไลน์กีตาร์ที่สอดแทรกอย่างมีเอกลักษณ์ที่ทางวงปรุงรสอย่างปราณีต พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เนื้อร้องจนไปถึงงานดนตรี
หลายๆ คนได้ฟังงานที่เป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้มนี้อย่างดอกไม้ไฟ, นินจา, ตลอดไปไม่มีจริง และเจ้าของที่ ไปแล้ว ก็คงรับรู้ว่าอัลบั้มนี้มันช่างน่าเย้ายวนให้ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งตัวผู้เขียนได้พิสูจน์มาแล้วและอยากจะจับมือผู้อ่านมาร่วมฟังและอ่านบทความนี้ไปด้วยกัน

Track By Track
ดอกไม้ไฟ (Firework)
เพลงเปิดอัลบั้มที่เปรียบเปรยคนๆ หนึ่งที่เข้ามาทำให้รู้สึกดีแต่ก็มาเพียงแค่ชั่วคราวเหมือนกับดอกไม้ไฟที่สวยงามแค่พริบตาเดียว มาพร้อมกับดนตรีที่ล่องลอย บีทชวนโยกเบา ๆ เสียงกีตาร์ที่ช่วยรองรับให้ดนตรีแข็งแรงและเป็นธรรมชาติ พร้อมกับการร้องที่ไหลลื่นพร้อมกับท่อนแรปที่ีรัวแบบร้องตามไม่ทันในช่วงกลางเพลง
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ: เพลงนี้วงได้ Produce ร่วมกับ Hye ศิลปินจากค่าย Gene Lab ที่มีงานเบื้องหน้าอย่างเพลงล่าสุดอย่างเพื่อนสัมพันธ์ และเป็นนักร้องนำวง Paper Planes ที่เพิ่งมีเพลงติดชาร์ตอย่างเสแสร้ง
ไม่รู้ดิ (Keep It Low Key)
เพลงที่มี Mood สว่างขึ้นกับเนื้อหาที่แอบรักอีกคนว่าจะมีใจหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าพูดไปก็ได้แต่เก็บในใจ เป็นเพลงแอบรักที่หม่นและมีเนื้อหาแบบคนคิดฟุ้งซ่านแต่มีท่อนกีตาร์ให้นาวได้โชว์ฝีมือที่เล่นไม่เยอะแต่ติดหู
Another Pill
อีกเพลงที่ผู้เขียนตกใจตอนฟังครั้งแรก ด้วยความที่เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมดแต่สอดรับกับ Mood ที่ล่องลอยราวกับเหตุการณ์ที่เกิดในกลางคืนที่เหมือนเพลงนี้เป็นเพลงตัวแทนของคนคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับกับเนื้อหาของคนที่มูฟออนไม่ได้ยังคิดถึงคนนั้นที่ตอนนี้เขามีคนเคียงข้างแต่เป็นตัวเราที่ยังติดอยู่ในอดีตที่สวยงามอยู่อย่างนั้น
เจ้าของที่ (My Favorite)
เพลงที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุดกับเนื้อหาที่เว้นที่ว่างเพื่อรอคนในใจกับมาแม้จะมีใครเข้ามาและแสนดีแค่ไหนแต่ก็ยังรอคนเดิมอยู่เสมอ เป็นเพลงที่ให้ฟีลคิดถึงอดีตวันวาน แค่ท่อนแรกอย่าง “เธอยังเป็นคนเดียวที่เคยชนะใจกัน แต่เธอไม่กลับมาเอารางวัล ปล่อยให้ฉันต้องเหงาคนเดียวตรงนี้” ก็แทบจะจุกอกกันไปเลย และยังมีช่วงปล่อยของอย่างท่อนแรปรัวตรงช่วงกลางเพลงอีกด้วย
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ: มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้เติร์ด-นักร้องนำวง Tilly Birds มากำกับให้ จนตีความเพลงนี้ให้ออกมาเป็นมิวสิกวิดีโอที่อินไปกับเพลงมากกว่าเดิม และถ้าสังเกตนางเอกดีๆ จะรู้ว่าทั้ง 2 คนเป็นแฝดกันนะครับ
กลับที่เดิม (Loop)
นี่คือเพลงของคนมูฟออนไม่ได้ของจริง แม้จะไปไกลสักแค่ไหน จะใจร้ายกับเราแค่ไหนก็ยังกลับมาที่เดิม น่าจะอีกเพลงสำหรับคนมูฟออนไม่ได้ของจริง
เธอเองจะรู้บ้างไหม (Ex)
ยังความเศร้าต่อเนื่องกับเนื้อหาที่เธอจะรู้บ้างไหมว่าจะใจที่เราให้ไปเราให้ไปทั้งหมดต่อให้ใครเดินเข้ามาก็ลบภาพเธอไม่ได้ เพลงนี้แอบคิดถึงเพลงยุคเก่า ๆ มาก อาจจะด้วยความที่ใช้เสียงกีตาร์โปร่งกับโน้ตที่ดูสว่างทำให้เป็นอีกเพลงที่ชวนหวนอดีตวันวาน
นินจา (Ninja)
อีกเพลงที่ตัดออกมาเป็น Single ที่ดนตรีมีความล้ำอนาคตและมีสุ้มเสียงที่มีความเป็นญี่ปุ่น กลับการเปรียบเปรยความรักที่เป็นผู้ให้โดยไม่หวังอะไรแม้กระทั่งเป็นเจ้าของในใจราวกับนินจาที่ต้องปกปิดตัวตนในการทำภารกิจ เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่นาวได้โชว์ลวดลายกีตาร์ให้เราฟัง
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ: Lyric Video เพลงนี้เป็นการรวบรวม NFT Artists มาสร้างงานให้เป็น NFT Collection และใช้ เทคโนโลยีอย่าง Unreal Engine ที่เป็นตัวเดียวกับการสร้างงานเกมในหลายๆ เกมมาช่วยในการทำ CG ในเพลงนี้ เรียกว่าเป็นชิ้นงาน Masterpiece ของวงอย่างแท้จริง
ไม่ไปไหน (Ghost)
นี่เป็นอีกเพลงที่น่าจะเป็นเพลงชาติชาวคนมูฟออนไม่ได้ แม้เธอจะไปได้ดีแค่ไหนแต่เป็นเราที่ยังไปไหนไม่ได้ เราแอบคิดว่าเพลงนี้ว่าหลาย ๆ คนน่าจะชอบกัน ด้วยดนตรีที่ฟังง่ายและเนื้อหาที่ทัชใจหลายคน
Designer
อีกเพลงที่ร้อนแรงที่สุดในอัลบั้ม ที่มีลูกเล่นของ Trap มาเสริฟคนฟังกับเนื้อหาที่อยากสลัดภาพเธอออกไปที่หวังว่าสักวันจะลืมเธอไปได้ เป็นเพลงที่มีอารมณ์กระแทกและสะใจทั้งเนื้อหาและดนตรี โดยเฉพาะพาร์ทกีตาร์เผ็ดร้อนมาก
ตลอดไปไม่มีจริง (Feat.Aheye 4eve) [Noforever]
เพลงปิดอัลบั้มที่สดใสที่สุดกับเนื้อหาที่บอกว่าถ้าใครสักคนจะบอกว่าเราจะรักกันตลอดไป ก็อยากให้ทดในไว้ใจว่าตลอดไปน่ะมันไม่มีจริงขนาดคนที่รักสุดก็ยังลาไป เป็นเพลงที่ได้นิยมมากทั้งความสดใสของพาร์ทดนตรี การเลือกใช้เมโลดี้ที่เน้นติดและเสียงร้องของน้องอ๊ะอาย สมาชิกของวง 4EVE ที่มาสอดรับให้เพลงสดใสขึ้นไปอีก เป็นการเพลงปิดอัลบั้มที่ดีเลย

ถ้าผู้อ่านได้มาอ่านถึงบรรทัดนี้คงจะรับรู้ว่าเนื้อหาในอัลบั้มนี้มันเต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่สอดรับกับยุคปัจจุบัน วนเวียนไปด้วยความทรงจำในอดีต การมูฟออนไม่ได้รวมไปถึงการแอบรัก ที่ถึงแม้จะเนื้อหาใกล้กันในแต่ละเพลงแต่ล้วนเล่าด้วยการรับมือที่ต่างกัน ในพาร์ทดนตรีมันมีทั้งความฟังง่ายและความล้ำสมัย ถึงแม้ตัวผู้ฟังรู้สีกติดในเรื่องที่โทนเพลงในอัลบั้มออกไปทางเดียวกันซะส่วนใหญ่ แต่ยอมรับว่าเป็นอัลบั้มที่พิถีพิถันในการผลิตทุกขั้นตอนและอีกสิ่งที่อยากปรบมือเป็นอย่างมากคือการใช้เนื้อร้องภาษาอังกฤษมาร่วมเนื้อร้องภาษาไทยที่ไหลลื่น ไม่รู้สึกติดขัดซึ่งเราเชื่อว่าอัลบั้มนี้ถ้าได้การโปรโมทที่ดีน่าจะเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมของใครหลายคนและมีโอกาสโกอินเตอร์ได้อย่างแน่นอน