HER (รักดังฟังชัด) เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ปี 2013 เป็นภาพยนตร์เทคโนโลยีที่มีแก่นเรื่องคือ ความรัก บทภาพยนตร์ถูกเขียนและกำกับโดย Spike Jonze นอกจากความสำเร็จด้านความสวยงาม ภาษาภาพยนตร์ บรรยากาศ ที่กลมกล่อมไปด้วยความเหงาอบอวลไปด้วยความรู้สึก ส่งผ่านจอมายังคนดู จนประทับอยู่ในใจมาตลอด 8 ปี รวมทั้งคนดูที่เพิ่มขึ้นในทุกปี จนปัจจุบันก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เรื่อยๆ
HER ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และยังถูกเสนอชื่ออีกมากมาย กวาดรายได้ทั่วโลกไป 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการจัดอันดับในปี 2016 ด้วยผลโหวตจากนักวิจารณ์ผ่าน BBC ว่าเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อันดับที่ 84 จากภาพยนตร์ทุกเรื่องตั้งแต่ปี 2000
ธีโอดอร์ (วาคิน ฟีนิกซ์) ตัวเอกที่มีชีวิตเป็นคนเหงาในเมืองใหญ่ ผู้ซึ่งยังไม่หลุดพ้นจากรักเก่า ในกลางดึกที่มืดมิดก็มักจะนึกถึงช่วงเวลาดีๆของความรักครั้งก่อน เขามีความพยายามที่จะหาใครสักคน แต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่ จนมาพบกับโครงการปัญญาประดิษฐ์ที่มีความนึกคิด มีการปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ตามความชอบและพฤติกรรม

เมื่อเขาได้ลองสนทนากับซาแมนธา (สการ์เล็ต โจแฮนสัน) เสียงแหบน่าหลงไหลที่แม้ไม่มีร่างกาย มีเพียงเสียงจากหูฟัง ก็สามารถทำให้เขาประทับใจในตัวเธอ นอกจากเธอจะเข้ามาช่วยจัดการชีวิตให้เป็นระเบียบยิ่งขึ้นแล้วก็ยังเอาหัวใจของเขาไปด้วย เรื่องราวดำเนินต่อไปด้วยความเรียบง่าย จนไปถึงปลายทางที่คนดูไม่ทันคาดคิด
มุมมองของความรักจาก HER
“I think everybody who falls in love is a freak. It’s a crazy thing to do. It’s kind of like a form of socially acceptable insanity.” กล่าวโดยซาแมนธา
“ไม่ว่าใครที่ตกหลุมรักต่างก็เป็นคนบ้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ความรักเป็นรูปแบบของความบ้าที่สังคมยอมรับ”
เพราะฉะนั้น จงบ้า จงเศร้า จงมีความสุข และร้องไห้อย่างที่รู้สึก
“Isn’t that interesting? The past is just a story we tell ourselves.” กล่าวโดยซาแมนธา
“น่าสนใจดีไม่ใช่หรือ ที่อดีต ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าที่เราบอกตัวเอง”
“I keep waiting to not care about her.” กล่าวโดย ธีโอดอร์
หวังว่าสักวันความรู้สึกเหล่านี้จะจางหายไป
“We grew up together … But that’s also the hard part: growing without growing apart or changing without it scaring the other person.” กล่าวโดย ธีโอดอร์
ทุกคนต่างเติบโตและเปลี่ยนไป แต่บางครั้งก็นำมาซึ่งการจากลา
“I’ve never loved anyone the way I love you.”
“ me, too. Now we know how.”

บทสนทนา ที่บอกให้เรารู้ว่าแม้จะเป็นรักที่รักที่สุด บางทีก็ไม่สามารถเป็นรักครั้งสุดท้ายได้ แต่อย่างน้อย ก็ทำให้เราได้สัมผัส และรู้ว่าเป็นอย่างไร
เราต่างก็เคยเป็นซาแมนธาหรือธีโอดอ จากการได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้บางคนอาจจะอยู่ในสถานะของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ธีโอดอร์ ที่ยังคงรักษาใจจากรักเก่า พยายามเริ่มต้นครั้งใหม่แต่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเคยพบเจอมาแล้วทุกความรู้สึก จนอาจจะด้านชา ได้มีความสุขกับการเฝ้ามองคนๆหนึ่งเติบโต หรือ ซาแมนธาที่เพิ่งได้พบเจอกับความรู้สึกต่างๆ ตื่นเต้นกับการได้ลองทำสิ่งใหม่ และมีความหวังดีต่อคนที่ห่วงใย หรือแม้กระทั่งเป็นทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน
เรื่องราวของตัวละครรองเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น เมื่อคนรักมาใช้ชีวิตร่วมกัน มักจะมีความแตกต่าง ที่มีผลมากจากการเติบโตที่ต่างกัน แม้จะเล็กน้อยแต่ก็สามารถนำไปสู่การเลิกราได้
แล้วเรื่องราวของคุณเป็นอย่างไร
นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้ผ่านธีโอดอร์ว่าเราต่างโหยหาคนที่รับฟังและเข้าใจ แต่เมื่อมาถึงการจัดการความรู้สึกมักจะเป็นเรื่องยาก บางทีเราไม่เข้าใจคนอื่น บางทีเราไม่กล้าพอจะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง และ ในความรักนั้นจะตามมาด้วยขั้นตอนของการเลิกรา ปฏิเสธ ทำใจ โหยหาคำอธิบาย แต่ทั้งหมดนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก จนถึงวันที่เราได้เติบโต และพร้อมจะเข้าใจถึงเรื่องราวในอดีต
“คนเราต่างเติบโตและเปลี่ยนแปลง การจากลาก็เป็นส่วนหนึ่ง….”
HER ในยุค Covid-19
จากภาพยนตร์ที่เป็นระบบเสียงจากคอมพิวเตอร์ ที่แม้ปัจจุบันเราจะมี Siri แต่ก็ยังพัฒนาเป็นการสนทนาเชิงความสัมพันธ์ได้ไม่เท่าภาพยนตร์จาก 8 ปีที่แล้ว แต่เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน จึงทำให้คนสองคนที่รักกันมาเจอหน้า เดินเล่น หรือโอบกอดกันและกันไม่ได้
ข้อจำกัดนี้เทียบได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แม้ว่าคนรักของเราจะมีตัวตนแต่ก็ไม่สามารถพบเจอกันได้ เพราะโรคระบาดที่ทำให้ต้องปฏิบัติตามมาตรการการควบคุม
การดูเรื่องนี้ในเวลานี้ ทำให้ดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันครบรสของความรัก และโหยหาชีวิตที่ปกติ ธีโอดอร์ยังมีโอกาสเดินงานเฟสติวัล นอนบนชายหาดท่ามกลางหมู่คน ล่องเรือบนมหาสมุทรใหญ่ แต่ในฐานะคนไทยที่นอกจากจะพบคนที่อยู่ไกลไม่ได้แล้ว ก็ยังทำกิจกกรรมอย่างธีโอดอไม่ได้ด้วย
หวังว่าเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตอีกครั้ง ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ การคลายล็อคดาวน์ในเร็ววัน และได้เริ่มต้นเรื่องราวที่มีคุณเป็นตัวเอก