หากจะพูดถึงแบรนด์น้ำหอมที่หลายคนเห็นตามหน้าจอโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ หรือบางครั้งก็เห็นดาราหลายคนทั้งในไทยและต่างประเทศต่างก็ใช้กัน ก็คงจะหนีไม่พ้น “มาดามฟิน” อย่างแน่นอน แน่นอนว่ากว่าจะมาเป็นแบรนด์น้ำหอมของคนไทยคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน วันนี้ MODERNIST ขอพามาติดตามเรื่องราวของ “มาดามฟิน” น้ำหมอแบรนด์ไทยที่ทำมูลค่าหลักร้อยล้านมาให้ติดตามกัน
มาดามฟิน ก่อตั้งในชื่อ บริษัท มาดามฟิน จำกัด เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 โดยมีทุนจดทะเบียนที่ 1 ล้านบาท ตัวบริษัทไม่ได้ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครแต่อย่างใด แต่เขาตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก (ใช่ครับ ฟังไม่ผิด) และมีผู้ถือหุ้น 3 ท่าน ได้แก่ ธนนรินทร์ โตป่าเตย (ร้อยละ 65), นรี ชีวสุทธิศิลป์ (ร้อยละ 20) และ สิริชัย ชีวสุทธิศิลป์ (ร้อยละ 15) โดยปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ 425,494,465 บาท และมีกำไรสุทธิรวมในปี 2563 อยู่ที่ 8,332,371 บาทเลยทีเดียว
เริ่มต้นของแบรนด์มาดามฟิน เริ่มต้นจาก “ทราย-นรี ชีวสุทธิศิลป์” ส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบน้ำหอมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้เธอเองได้ดำเนินธุรกิจขายเครื่องสำอางจากต่างประเทศ และพบช่องว่างในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแต่เดิมแล้วธุรกิจที่บ้านของเธอนั้นขายเพียงเครื่องประดับเพียงเท่านั้น นั่นจึงทำให้เธอทำแบรนด์น้ำหอมมาดามฟินขึ้น โดยได้เพื่อนที่สามารถช่วยติดต่อกับโรงงานน้ำหอมจากต่างประเทศมาช่วยในการผลิตได้อีกทางหนึ่งด้วย
ในช่วงแรกของการจัดจำหน่ายน้ำหอมมาดามฟิน เธอจัดจำหน่ายเพียงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เพียงเท่านั้น และค่อยๆ ขยายไปยังผู้แทนจัดจำหน่ายรายย่อยที่ทยอยเข้ามาขอซื้อในราคาส่งเพื่อจัดจำหน่ายอีกทอด และจึงค่อยๆ ผลิตน้ำหอมออกเป็นหลากหลายกลิ่น โดยนำปัญหาจากผู้หญิงหรือปัญหาภายในบ้านของผู้หญิงไทย เช่น แฟนไม่สนใจ หรือใช้กลิ่นเดียวกับแฟน นำมาพัฒนาเป็นกลิ่นต่างๆ มากมายนับสิบกลิ่น และมีจุดขายที่สำคัญคือ “ความรัก” ที่เธอทำกับแบรนด์นี้ และเชื่อว่าความรักเกิดจากกลิ่นน้ำหอมที่ดีได้
นอกเหนือจากนี้ เธอยังยอมใช้หัวน้ำหอมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อนอบอ้าว เธอจึงอยากให้น้ำหอมของเธอติดทนนานมากกว่า 12 ชั่วโมง และทำให้สามารถผสมกันได้หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งนอกเหนือจากจุดเด่นตรงนี้แล้ว จุดเด่นสำคัญคือการขายที่สามารถกำหนดราคาให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย เลยทำให้น้ำหอมแบรนด์นี้กลายเป็นที่สนใจและต่อยอด สร้างมูลค่าได้มากกว่าหลักร้อยล้านติดต่อกันสองปีเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากมาดามฟิน คือการที่คุณทรายโชคดีและตั้งใจทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยนำปัญหาต่างๆ มาต่อยอดและแก้ไขปัญหานั้นโดยผสมผสานในสิ่งที่เราทำ เพื่อแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้เป็นอย่างดี และพัฒนาต่อยอด สร้างมูลค่าให้กับแบรนด์ต่อเนื่องไปอีกด้วยนั่นเอง