วิเคราะห์อนาคตบ้านใหญ่สมุทรปราการ หลังไร้ “เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม”

ข่าวช็อควงการการเมืองล่าสุด และเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเลือกตั้ง 2566 ณ เวลาที่ทุกพรรคมุ่งสู่เส้นชัย อย่างร้อนแรง เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม หัวหน้าตระกูลม้าทองคำ แห่งปากน้ำ เสียชีวิต ขณะเยือนบุรีรัมย์ถิ่นพรรคภูมิใจไทยของบ้านม้าทองคำ 

สื่อหลักตีข่าวครึกโครมให้จับตาว่าชะตาชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาจะส่งผลกระทบอะไรต่อวงการการเมือง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ ขณะนี้ หรือการเลือกตั้งของเมืองไทยทุกครั้ง ล้วนมองไปที่บ้านใหญ่เพราะส่งผลต่อการชิงพื้นที่ ชิงมวลชลของแต่ละพรรค 

บ้านใหญ่ปากน้ำสะสมบารมีในพื้นที่ ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่ออย่าง วัฒนา อัศวเหม , สมพร อัศวเหม ส่งต่อให้รุ่นลูกอย่าง พูลผล อัศวเหม และ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และมีรุ่นที่สามอย่าง ต่อศักดิ์ อัศวเหม มีขึ้นๆ ลงๆ ทางการเมืองมาโดยตลอด ในระดับการเมืองระดับประเทศและระดับท้องถิ่น 

และกลับมาอีกครั้งในนามของพรรคพลังประชารัฐในปี 2562 กวาดที่นั่งเกือบทั้งสมุทรปราการยกเว้นเขต 4 บางพลีที่พรรคอนาคตใหม่ ต่อมาเป็นพรรคก้าวไกลได้ไปครอง 

และการเลือกตั้ง 2566 เป็นหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้งของทั้งบ้านใหญ่สมุทรปราการและพรรคพลังประชารัฐ 

ในส่วนของพรรคปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ในช่วงหวั่นไหว เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องการเคลื่อนไหวให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาล และอาจรวมไปถึงมีเสียงที่ต่อรองไปสู่เก้าอี้นากยกรัฐมนตรีได้ทุกเมื่อ 

หนึ่งในวิธีการคือที่จะมีเสียงต่อรองคือการนำบ้านใหญ่ในจังหวัดต่างๆ เข้ามาอยู่ในสังกัดดูไม่สนวิธีการจัดการ และเป็นที่ทราบกันอย่างดีว่า “ลุงป้อม” มีเครื่องมือที่จะจัดการกับบ้านใหญ่คือ ป.ป.ช. อยู่ในมือจึงไม่ใช่เรื่องแปลกในการรื้อคดีเข้ามาควบคุมพรรคการเมืองก๊วนบ้านใหญ่ในจังหวัดต่างๆ 

นักการเมืองในจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงบ้านใหญ่ปากน้ำ ก็ไม่พ้นในการจัดการเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะหลังรัฐประหาร 2557 เป็นที่ทราบกันดีว่านักการเมืองในจังหวัดต่างๆ ล้วนโดนคดีและภายหลังโดดซบพรรคพลังประชารัฐกันทั้งสิ้น และ ชนสวัสดิ์ เองก็โดนเช่นเดียวกัน 

คดีของเขายังมีอายุความจนถึงปัจจุบัน ทุกย่างก้าวการขยับของเขาล้วนมีความหมายต่ออนาคตของบ้านใหญ่ปากน้ำ เพราะหากไร้ซึ่ง ชนม์สวัสดิ์ แล้ว ข้อต่อรองของลุงป้อมกับบ้านใหญ่ปากน้ำก็จะน้อยลง ความห่างเหิน รวมถึงอะไรที่เป็นสัญญาใจก็จะค่อยจากลงจากการไม่มี ชนม์สวัสดิ์ ถึงแม้ สุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กับ The Modernist สรุปว่า ทิศทางของบ้านใหญ่ปากน้ำยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ และ ลุงป้อมได้ฝากพื้นที่สมุทรปราการให้เขาดูแลต่อไป ในแง่ของฐานเสียงคะแนนรวมถึงการแข่งขันเลือกตั้ง 2566 ที่จะถึง สุนทร ไม่กังวล มองว่าการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ทีมงาน ถ้าทำเต็มที่ย่อมไม่มีปัญหา 

แต่หากมองลึกลงไปในระดับพื้นที่แล้ว บารมีส่วนบุคคลล้วนเป็นสิ่งจำเป็นมาอย่างยาวนานในจังหวัดสมุทรปราการ เพราะเป็นที่ทราบกันดี ชนม์สวัสดิ์ เป็นประธานหอการค้าสมุทรปราการ และยังเป็นหัวหน้ากลุ่ม สมุทรปราการก้าวหน้า ที่คุมนักการเมืองในมุ้งสมุทรปราการที่มีหลายบ้าน หลายพื้นที่ การจับมือกันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และบารมีส่วนบุคคลอย่างไม่ต้องสงสัย ดังเช่นที่ วีระ สีสาม อดีตรองนายก อบต.บางปลา มองว่า หากไร้ ชนม์สวัสดิ์ สมุทรปราการย่อมเปลี่ยนแปลงแน่นอน เป็นไปได้ว่า พรรคเพื่อไทยอาจชนะการเลือกตั้ง 6 เขต และพรรคก้าวไกลชนะ 2 เขตในจังหวัดสมุทรปราการ เพราะปัจจัยขึ้นอยู่กับ ชนม์สวัสดิ์ หากเขาไม่อยู่ บารมีในพื้นที่สมุทรปราการของบ้านใหญ่หากน้ำย่อมหายไปอย่างแน่นอน 

เมื่อมองมาในพื้นที่สมุทรปราการ จะพบว่า มีแต่ละบ้านในแต่ละตำบล ในแต่ละอำเภอ บางครั้งก็จับมือกัน บางครั้งก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน อย่างเช่น ฉะโอด รุ่งเรือง นักการเมืองที่มากประสบการณ์ในย่านบางพลี คุกรุ่นกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อของ ชนม์สวัสดิ์ อย่าง วัฒนา ย่อมไม่ลงให้บ้านใหญ่ปากน้ำอีกหนึ่งบ้านอย่างแน่นอน 

หรืออย่าง ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ว่าบ้านใหญ่ปากน้ำไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด หรือจะเป็น ประชา ประสพดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ท้าทายอำนาจบ้านใหญ่ ปากน้ำ ในนามพรรคเพื่อไทย 

ภายใต้ร่มธงแห่งกลุ่ม สมุทรปราการก้าวหน้า มีนักการเมืองหลายบ้านไม่น้อยเช่นเดียวกันที่อยู่ใต้ร่มธงนี้ก็เพราะ ชนสวัสดิ์ หากไม่มี ชนสวัสดิ์ ย่อมเกิด คลื่นใต้ภายในจังหวัดสมุทรปราการอย่างแน่นอน 

เป็นที่ทราบกันดี นันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ เป็นเพียงฉากหน้า โดยมี นักการเมืองวัยเก๋า อย่าง สุนทร คอยให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษา รวมถึงประสานพลังในพื้นที่  

ทำเนียมการเมืองในสมุทรปราการยังฝากไว้ที่ผู้ชายเป็นสำคัญ โดยเฉพาะตระกูลการเมือง 

คราไม่มี ชนม์สวัสดิ์ สายตรงทางการเมืองของ วัฒนา ย่อมหายไป เป็นสิ่งที่น่ากลัวของบ้านใหญ่ปากน้ำที่ส่งผลสะเทือน 

หนึ่งสะเทือนถึงระดับประเทศในวันที่บ้านใหญ่ปากน้ำไร้ ชนม์สวัสดิ์ ความแน่เอานอนของบ้านใหญ่ปากน้ำในพรรคพลังประชารัฐย่อมไม่แน่นอนต่อไป หนึ่งสะเทือนระดับท้องถิ่น ที่อาจส่งผลถึงแรงกระเพื่อมช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในศึกเลือกตั้ง 2566 ความฝันร้ายของบ้านใหญ่ปากน้ำอาจกลับมาอีกครั้ง เหมือนสมัย ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยมีบาดแผลฝากไว้ให้เป็นที่จดจำว่าในระดับ ส.ส.ไม่เหลือพื้นที่ให้บ้านใหญ่ปากน้ำอีกเลย หรือแม้กระทั่งในระดับท้องถิ่นก็ถูกจำกัดพื้นที่ให้เหลือไว้เพียงเขตปากน้ำเท่านั้น 

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นการสะเทือนตั้งแต่ระดับพื้นดิน จนถึงดวงดาว สมุทรปราการจนถึงพลังประชารัฐ เพราะ อนาคตบ้านใหญ่สมุทปราการ หลังไร้ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ จนถึงระดับประเทศอย่างแน่นอน 

“มิตรอาจเป็นศัตรู หรือ ศัตรูอาจกล่ยเป็นมิตรเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะการเมืองไทยไม่แน่ไม่นอน” 

Content Creator