ผู้เขียนไม่แน่ใจนักว่าสังเกตเห็นความผิดปกติในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อใด
แต่เมื่อเห็นแล้วก็ยากจะลบภาพนั้นออกจากหัว หนำซ้ำความผิดปกตินั้นกลับยิ่งทวีคูณ
ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าที่เป็นเสมือนกับระเบิด สายไฟระโยงระยางในระดับสายตา
ต้นไม้มหัศจรรย์ที่พุดขึ้นมาจากฟุตปาธ กระทั่งพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนใช้ไม่ได้เลย
สิ่งประหลาด ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นเรื่อง คุ้นเคย และไม่ถูกแก้ไข
ผลงานชุดนี้จึงต้องการเล่าถึง ‘ความคุ้นเคย’ นั้น ว่ามันดำรงอยู่ในสังคมไทยอย่างไร
และชวนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง มิติแห่งการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อทุกคน
เพื่อให้สังคมกรุงเทพฯ ที่ไร้ชีวิตแห่งนี้ กลับมาสว่างด้วยความหวังและคืนสู่ชีวิตอีกครั้ง

‘ฟุตปาธ’ ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่หาใช่การพัฒนา กลับเป็นการซ่อมแซม (อยู่นั่นแหละโว้ย คนจะเดิน) บ้างก็ปูถนนใหม่ บ้างก็เจาะเพื่อซ่อมแซมท่อระบายน้ำ และจบงานด้วยการฉาบปูนหนา ๆ คนละสีลงไป ทั้งด้วยวิธีการกำจัดขยะไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดบ่อขยะขนาดย่อมอยู่ทั่วเมือง และสร้างทัศนียภาพอุจาดให้กับกรุงเทพฯ
อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างทัศนะอุจาดให้กับกรุงเทพฯ เป็นอย่างมากคือ ‘สายไฟ’

แม้การมีอยู่ของ ‘สายไฟ’ จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความหนาแน่นของผู้คนและชุมชม หรือความเจริญของเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันการเจริญเติบโตแบบไร้แบบแผนนี้เอง ทำให้กรุงเทพฯ ดูไม่น่าอยู่เอาเสียเลย นอกจากมลพิษทางเสียง ทางอากาศที่แย่แล้ว มลพิษทางทัศนวิสัยก็เข้าขั้นโคม่าไม่แพ้กัน
ปัญหาในกรุงเทพฯ มีมากมายหลายมิติและความร้ายแรงในระดับที่ต่างกัน ความเรียงและชุดภาพนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาในทัศนะของผู้เขียนเพียงเท่านั้น หากท่านอยากรู้ถึงปัญหาอื่น ๆ เพียงท่านเปิดประตูและก้าวออกไปเผชิญด้วยตัวท่านเอง
ท่านจะเห็นและรับรู้ว่ากรุงเทพฯ มีปัญหาอีกล้านแปดที่รอการแก้ไข

ในวาระที่เข้าใกล้การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ ผู้เขียนได้แต่หวังว่าการเข้ามาของผู้ว่าท่านใหม่นี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ และกระจายอำนาจที่หมกอยู่ในเมืองเทพสร้างแห่งนี้ คืนสู่ชุมชน จังหวัด พื้นที่ห่างไกลอื่น ๆ
อย่างที่มันควรจะเป็น
