“รัฐบาลหุ่นเชิด” รัฐที่ไม่เกิดความชัดเจน

การเมืองไทย ณ ห้วงเวลานี้กำลังอยู่ในห้วงเวลาของความไม่ชัดเจนภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย (พท.) โดยมีเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะกรณีอันเนื่องมาจากนโยบายที่หาเสียงไว้ว่าจะทำจริงล้วนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หรือการปาดหน้าสร้างผลงานของพรรคร่วมรัฐบาลไปก่อนพรรคเพื่อไทย ปรากฏความเมฆหมอกบังตา รัฐมนตรีแต่ละคนของพรรคเพื่อไทยก็พูดไม่ชัดเจนว่าต้องแจกแบบไหน สับสนไปหมด จนนายกรัฐมนตรีต้องออกมาชี้แจงให้ฟังจากนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว

จนกลายเป็นคำพูดที่พูดกันเต็มไปหมดทั่วนคราเมืองไทยว่ารัฐบาลเศรษฐาคือรัฐบาลหุ่นเชิดก็ไม่ปาน

The Modernist พาทุกท่านร่วมกันโต้แย้งแถลงไขหาที่มาที่ไปของรัฐบาลหุ่นเชิด ที่แท้แล้วรัฐบาลนายกเศรษฐาใช่ดังที่เขาว่ากันหรือไม่ จะได้คลายข้อสงสัยเรื่อง “ประยุทธ์คิด เศรษฐาทำ ไอ้โม่งสั่ง” กันเสียที

รัฐบาลหุ่นเชิด 101

รัฐบาลหุ่นเชิด (อังกฤษ ใช้คำว่า Puppet government หรือ Marionette government) หมายถึงสภาพของรัฐที่มีเอกราชแต่เพียงในนาม แต่ถูกควบคุมโดยอำนาจต่างชาติหรือกองทัพอย่างชัดเจน คำว่า รัฐหุ่นเชิด ขยายความถึงรัฐบาลที่ถูกควบคุมโดยอีกรัฐบาลหนึ่ง เหมือนกับการเชิดหุ่นกระบอก และยังใช้ในความหมายที่รัฐขาดความเป็นเอกราช หรือมีการปกป้องเอกราชในสิ่งที่เป็นอิทธิพลจากต่างชาติหรือกองทัพ

และเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยอำนาจของกองทัพหรือกลุ่มทุนล้วนมีบทบาทต่อการควบคุมรัฐหรือการเมืองภายในอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด

เมื่อมองในของการประสานกลุ่มทุนรัฐบาลเศรษฐา ก่อนมาเป็นรัฐบาลในช่วงหาเสียงมีท่าทีแข็งกร้าวเปิดนโยบายสลายกลุ่มทุนผูกขาด โจมตีกลุ่มทุนที่กุมอำนาจเศรษฐกิจทำให้เกิดการรวยกระจุกจนกระจาย แต่พอมาเป็นรัฐบาลกลับพินอบพิเทาตบเท้าเข้าคารวะกลุ่มทุน เดินหน้าเข้าพูดคุยกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เเสียอย่างนั้น

หรือในแง่ของกองทัพความมั่นคงก็ทราบกันดีว่าการก้าวลงของ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนมีนัยยะทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเทหมดหน้าตักของ สว.สายบิ๊กตู่ที่เทคะแนนตั้งเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลสลายขั้วหรือรัฐบาลข้ามขั้วพร้อมการกลับมาของทักษิณ ชินวัตร ผ่องถ่ายอำนาจจากทหารสู่มือรัฐบาลเพื่อไทย

ยังไม่นับหน่วยงานความมั่นคงกระทรวงความมั่นคงล้วนยังอยู่ใรมือของขั้วอำนาจเดิมสมัยรัฐบาลบิ๊กตู่ทั้งสิ้น ขณะที่ท่าทีของนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาวะเกรงอกเกรงใจทหารเป็นพิเศษ ไม่ว่าจเป็นเรื่องการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นายกรัฐมนตรีมีท่าทีไม่ยุบหน่วยงานดังกล่าวซึ่งเป็นมรดกของคณะรัฐประหารที่ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณเสียด้วยซ้ำ

หรือในแง่งบประมาณกองทัพการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ณ์ของกองทัพในเรื่องเรือดำน้ำยิ่งสะท้อนภาพความอ่อนแอของอำนาจการต่อรองกับกองทัพของรัฐบาลเศรษฐาอย่างเห็นชัดว่าอยู่ในสภาวะเกรงอกเกรงใจกันเป็นพิเศษ ถึงขนาดยอมให้จีนเปลี่ยนสัญญาจากที่เคยมอบเรือดำน้ำกลายเป็นได้เรือฟรีเกตมาแทน ขณะที่ สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีกลาโหมของเพื่อไทย กลับมีท่าทีไม่ชัดเจนไม่ขึงขันเสมือนตอนที่เป็นประธานวิปฝ่ายค้าน เลือกได้ว่าต้องยอมถอดเขี้ยวเล็บเพื่อร่วมรัฐบาลข้ามขั้วไปเสียแล้ว

รัฐบาลเศรษฐากำลังถึงสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปเป็นหนึ่งในรัฐบาลหุ่นเชิด ก็อาจเป็นไปได้

รัฐบาลหุ่นเชิดจากกำลังภายในเพื่อไทย

ขณะที่ท่าทีของ เศรษฐา เบอร์ 1 ทำเนียบก็มีไม่มีพลังสมกับเป็นเบอร์ 1 ฝ่ายบริหาร ทั้งในแง่การของการแสดงออกว่านายกรัฐมนตรีมี 2 คน พร้อมผ่องถ่ายอำนาจให้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บ้างหรือมีภาพจูบมือแสดงความยินดีกับ แพทองธาร ชินวัตร ภายหลังที่เธอได้รีบเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขณะที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกครั้งการออกมาแถลงต่อนักข่าวทำเนียบรัฐบาลก็กลับกลายเป็น อ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย มีบทบาทมากกว่านายกรัฐมนตรีเสียอีก

มองจากพลังภายในพรรคเพื่อไทยยิ่งทำให้เห็นความชัดเจนว่าบทบาทของชินวัตรยิ่งโดดเด่นขึ้นมาเหนือใครๆ เห็นได้ชัดจากงานแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต งานที่พร้อมใจกันใส่ชุดสีเหลือง มาพร้อมกับการปรากฏตัวของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ แพทองธาร กลายเป็นสุภาพสตรีที่โดดเด่น มีทั้งรัฐมนตรีน้อยใหญ่ทั้งจากพรรคเพื่อไทยและต่างพรรคร่วมเดินทางมากับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินตบเท้าเข้าซูฮกไหว้สวยรวยกระเช้ากันถ้วนหน้า

สะท้อนให้เห็นว่าพลังบารมีทั้งในพรรคเพื่อไทยและในรัฐบาลเบอร์ 1 อย่างนายกรัฐมนตรีเศรษฐามีสภาวะไม่ชัดเจนของพลังอำนาจว่าใครเป็นเบอร์ 1 ที่แท้จริง

รัฐบาลหุ่นเชิดจากรัฐบาลผสม

หลายคนอาจมองว่าการมีรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อมองมาที่การเมืองไทยต้องบอกว่าไม่ใช่เพราะตั้งแต่ต้นธารของประชาธิปไตยอำนาจของประชาชนก็ดูเสมือนไร้ความหมายเพราะถึงแม้พรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคอันดับ 1 ที่ประชาชนเลือกเข้ามาก็ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้เพราะถูกกีดกันจากฝ่ายอำนาจนิยม

หรือในแง่พรรคการเมืองก็มักถูกทำให้อ่อนแอ เห็นได้จากการยุบพรรคในอดีต ขณะที่มีพรรคเฉพาะกิจเติบโตขึ้นมามากมายเพื่อสืบทอดอำนาจของทหารและฝ่ายอำนาจนิยม หรือบางพรรคก็กลายเป็นสมบัติของบุคคลหรือตระกูลใดตระกูลหนึ่ง

เมื่อมีรัฐบาลผสมยิ่งทำให้เห็นถึงความไร้เสถียภาพของรัฐบาลหรือรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพอย่างรัฐบาลหุ่นเชิดกรณีรัฐบาลเศรษฐาเห็นได้ชัดสุดว่ามีการแข่งขันเกิดขึ้นภายในรัฐบาลเมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปาดหน้าสร้างผลงานโดดเด่นเรื่องการลดราคาน้ำมัน ขณะที่พรรคเพื่อไทยนโยบายหาเสียงหลักอย่างเงินหมื่นดิจิทัลก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ มองไปยังไร้ผลงาน

ฟากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ไม่น้อยหน้าได้คุมบังเหียนมหาดไทยเกือบทั้งกระทรวงกลายเป็นรัฐอิสระที่โดดเด่นยากที่พรรคนายกรัฐมนตรีเศรษฐาจะควบคุมผงาดลุยทำผลงานยึดอาวุธปืนเถื่อนจับกุมผู้มีอิทธิพลสร้างผลงานเชิงจับต้องได้ตลอดเวลาแถมยังเป็นกระทรวงที่หวังผลในระดับท้องถิ่นและเลือกตั้งครั้งหน้าได้อีกด้วย

นี่จึงสะท้อนสภาวะรัฐบาลหุ่นเชิดได้อย่างชัดเจนเพราะถูกควบคุมโดย กลุ่มทุน กองทัพ กำลังภายในเพื่อไทย และรัฐบาลผสม รวมถึงมือที่มองไม่เห็นทำให้นายกรัฐมนตรีเศรษฐาไม่สามารถแอคชั่นได้อย่างเต็มที่กลายเป็นว่า“ประยุทธ์คิด เศรษฐาทำ ไอ้โม่งสั่ง”อาจเป็นจริง เพราะขณะที่รัฐบาลจะทำอะไรอาจต้องไปถามชั้น 14 ที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่พรรคร่วมก็ยอมศิโรราบต่อตระกูลชินวัตรมากกว่าเศรษฐา แสดงออกถึงบ่อเกิดที่ไม่ชัดเจนแห่งอำนาจ ว่าจะต้องฟังใคร อละใครเป็นผู้สั่งการที่แท้จริง

หรือนี่จะเป็นสภาวะเข้าตาจน หรือนี่จะซ้ำรอยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เคยมีให้เห็นมาแล้วอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหอย ของธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่ต้องจบลงเพราะถูกองทัพที่เปรียบเสมือนเปลือกหอยที่คอยคุ้มครองทำการรัฐประหารเสียเอง

หรือจะเป็นจุบจบเสมือนรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกหักหลังจากคนชินวัตรถูกอำนาจรัฐข่มเหง ทำกับข้าวออกทีวีก็สามารถทำให้พ้นจากเก้าอี้ไทยคู่ฟ้า และต้องตรอมใจรอเก้ออดเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เพราะคนในไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย เปลี่ยนม้ากลางศึกส่งสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

ที่แน่ๆ เริ่มส่อความไม่ชัดเจนและประวัติศาสตร์ที่อาจซ้ำรอย ต้องรอดูต่อไปว่ารัฐบาลลุงนิดเศรษฐาจะเป็นเช่นไร จะแพ้จากศึกภายในมากกว่าศึกภายนอกหรือไม่ หากต้องการข้ามพ้นคำว่ารัฐบาลหุ่นเชิดต้องเปลี่ยนท่าทีการแสดงออกการแสดงความชัดเจนรวมถึงแสดงออกถึงความเป็นผู้นำของเศรษฐา ทวีสิน ที่กล้าตัดสินใจและมีความเด็ดขาดแสดงออกถึงศูนย์กลางอำนาจที่แท้จริง

เพราะมิฉะนั้นจะกลายเป็น“รัฐบาลหุ่นเชิด” บ่อเกิดแห่งความไม่ชัดเจนการเมืองไทย “เวอร์ชั่นเศรษฐา” ที่ข้ามไม่พ้นจุดจบ เหมือน “รัฐบาลหอย”และ“สมัคร สุนทรเวช”ก็เป็นได้

แหล่งอ้างอิง : wikiwand / matichon 1 2 / matichonweekly / workpointtoday / thaipbs

  • Constructing the Nation-State
  • มติชนสุดสัปดาห์ฉบับประจำวันที่ 3-9 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 ปีที่ 44 ฉบับที่ 2255

Content Creator