จากเมือง “งูเห่าปากน้ำ” สู่ “สวนส้ม” ที่อาจย้ำว่า “สมุทรปราการจะไม่เหมือนเดิม”

กระแส หรือกระสุน บ้านใหญ่หรือความเปลี่ยนไป อะไรจะแรงกว่ากัน? 

ณ ขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสพรรคก้าวไกลกำลังมาแรงแซงทางโค้ง และดูเหมือนจะแรงจนพรรคเพื่อนบ้านอย่างพรรคเพื่อไทยยังหวั่นไหว โดยเฉพาะสมุทรปราการ ก็เป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง เพราะ 1.บ้านใหญ่ปากน้ำสั่นคลอน เครือข่ายเริ่มเปลี่ยนแปลง หลังจากการจากไปของชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม 2.พลังแห่งก้าวไกลอาจมาแรงเลยออกไปนอกกรุงถึงสมุทรปราการ 

อาจเรียกได้ว่าสมุทรปราการเป็นเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลง เพราะเคยเปลี่ยนแบบล้มกระดานจากบ้านใหญ่มาเป็นไทยรักไทยตั้งแต่ปี 2544 ด้วยกระแสทักษิณฟีเวอร์ บวกนโยบายได้ใจเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน จนบ้านใหญ่ปากน้ำต้องเร้นกายเข้ากลีบเมฆ และกลับมาอีกครั้งในการเลือกตั้ง 2562 ในนามของพรรคพลังประชารัฐ และการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ก็ยังอยู่ใต้ปีกลุงป้อมแห่งพรรคพลังประชารัฐเช่นเดิม 

อย่างไรก็ตาม บริบทของการเลือกตั้ง 2566 นี้ย่อมเปลี่ยนแปลงไปจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีความเป็นการเมืองมากกว่า ความเป็นอิสระจากอำนาจทหารภายใต้ คสช. ครั้งลุงตู่ยึดอำนาจ สาดคดีใส่นักการเมืองเพื่อรวมเข้าองคาพยพรัฐประหารเมื่อปี 2557 และเกิดการแยกพรรคของลุงตู่ออกมาเป็นรวมไทยสร้างชาติ ชัดเจนว่าขั้วอำนาจนิยมย่อมแข่งขันกันเองในสนามเลือกตั้ง และกระแสที่สำคัญที่มาแรงช่วงก่อนเลือกตั้ง คือกระแสเลือกพรรคก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม และหากประชาชนในพื้นที่มีความเบื่อหน่ายบ้านใหญ่ปากน้ำ ย่อมเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกลเคยปักธงได้ ส.ส. 1 ที่นั่งในสมุทรปราการมาก่อนด้วย 

The Modernist พาไปวิเคราะห์พื้นที่แห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างสมุทรปราการแบบเจาะลึก วัดขุมพลังเลือกตั้งของแต่ละพรรคแต่ละฝ่าย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการชนะและแพ้ ที่แน่ๆ กระแสก้าวไกลไม่ได้มาเล่นๆ แน่นอน 

เริ่มต้นที่เขต 1 ไข่แดงบ้านใหญ่ เขตปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (เฉพาะตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน ตำบลปากน้ำ ตำบลยางเมือง และตำบลท้ายบ้าน) ต้องจับตา เพราะก้าวไกลเที่ยวนี้มาแบบสายหวานสายดุ ส่งพนิดา มงคลสวัสดิ์ หรือผึ้ง (เบอร์ 3) ตัวตึงสมุทรปราการ แฟนคลับแน่นปึก กำลังโด่งดังทั้งในโลกออนไลน์และสนามดีเบต เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าถึงประชาชนอย่างเป็นกันเอง ปะทะกับ อัครวัฒน์ อัศวเหม (เบอร์ 5) นักการเมืองเก๋าเกมส์มากประสบการณ์ ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียนมากมาย ในเขตนี้จึงต้องจับตา 2 เบอร์นี้ เพราะหากคนเบื่อบ้านใหญ่ปากน้ำและผึ้ง พนิดา เข้าเส้นชัย หมายความว่าเมืองหลวงปากน้ำแตก ย่อมสะเทือนจากพื้นดินยันดวงดาว จากอัศวเหมถึงลุงป้อม แสดงว่าบ้านใหญ่ไม่ถึกทน รักษาพื้นที่ไว้ไม่ได้ อาจมีเปลี่ยนองคาพยพจากระดับ ส.ส.ยันถึงท้องถิ่น จะกลายเป็นบาดแผลซ้ำรอยเหมือนคราวที่กระแสกทักษิณ ฟีเวอร์ จนบ้านใหญ่ปากน้ำต้องล่าถอย แต่ครั้งนี้ไม่ได้ถอยให้ทักษิณ แต่ต้องถอยให้กระแสก้าวไกล ที่มาไม่หยุดฉุดไม่อยู่ 

มาดูที่เขต 2 อำเภอเมืองสมุทรปราการ (เฉพาะตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลแพรกษา ตำบลบางปูใหม่ และตำบลบางปู) ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่นี้น่าจับตาก็ได้แก่ 1. กระแสก้าวไกลจะมาถึงพื้นที่นี้หรือไม่ และ 2. ท้องถิ่นพื้นที่นี้มีความหลากลาย ที่แน่ๆ เขตบางปู ไม่ยอมบ้านใหญ่ปากน้ำแน่นอน แต่แชมป์เก่าอย่าง ยงยุทธ สุวรรณบุตร (เบอร์ 6) พรรคพลังประชารัฐนั้นเหนียวแน่น อาจต้องดูว่ากระแสเพื่อไทยแรงแค่ไหน จะฟันฝ่าให้รัชนก สุขประเสริฐ (เบอร์ 2) ทะลวงเจ้าของแชมป์เก่า ปักธงให้สวนส้มอีก 1 เขตได้หรือไม่ เรียกว่าใหม่ชนเก่า บ้านใหญ่ปะทะอุดมการณ์ หากก้าวไกลปักธงเขตนี้ได้อีก 1 เขต เรียกว่าล้มช้างได้เลย ไม่เสียของ 

เขตที่ 3 อำเภอเมืองสมุทรปราการ (เฉพาะตำบลบางเมืองใหม่ ตำบลเทพารักษ์ และตำบลสำโรงเหนือ) น่าจับตาเพราะรวมไทยสร้างชาติย่อมมาตัดคะแนนพลังประชารัฐอีกเขต โดยอดีตนายก อบต.เทพารักษ์ อย่างสำเริง จิตต์อาจหาญ (เบอร์ 5) ลงสวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ ปะทะคนขั้วเดียวกันแถมเป็นแชมป์เก่าอย่างภริม พูลเจริญ (เบอร์ 6) พรรคพลังประชารัฐ คราวนี้ขั้วเดียวกันมีหนาวเพราะตัดคะแนนกันเอง แถมในเขตนี้ขั้วประชาธิปไตยต้องลุ้นเหมือนกันว่าเบอร์ใหญ่อาจตัดคะแนนกับกระแสพรรคหรือเปล่าเพราะเพื่อไทยส่งประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย (เบอร์ 1) อดีต ส.ส. หลายสมัยของไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย เพิ่งมาสอบตกเลือกตั้งปี 62 นัดนี้จึงกลายเป็นนัดล้างตาหวังมาปักธงให้เพื่อไทย แต่ต้องเจอกระแสก้าวไกล พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์  (เบอร์ 2) แห่งพรรคก้าวไกล ในเขตนี้จึงมันพ่ะย่ะค่ะ เพราะขั้วเดียวกัน ตัดกันเอง ทั้งคนทั้งเบอร์ทั้งกระแสก็สูสี อาจเป็นเคสสกรณีศึกษาของการตัดคะแนนจากขั้วเดียวกันที่น่าจับตา 

เขตที่ 4 อำเภอบางพลี (เฉพาะตำบลบางแก้วและตำบลบางพลีใหญ่) เมื่อกระแสก้าวไกลมาดี บวกกับวุฒินันท์ บุญชู (เบอร์ 6) แชมป์เก่าแห่งอนาคตใหม่-ก้าวไกล มีแนวโน้มที่จะได้รับเลือกอีกครั้งในพื้นที่บางพลี ในเขต 4 จากการทำงานลงพื้นที่ และเป็นขวัญใจผู้ใช้แรงงาน บวกกับการยึดมั่นในอุดมการณ์อนาคตใหม่-ก้าวไกล ส่วนฝั่งเพื่อไทยส่งสัมฤทธิ์ เหมะ (เบอร์ 4) ภรรยาบิ๊กเสื้อแดงอย่างวรชัย เหมะ ในขณะที่ขั้วตรงข้ามอย่างพลังประชารัฐส่งวรพร อัศวเหม (เบอร์ 1) ลงแข่งขัน แต่ต้องเจอกับพันตำรวจเอกกรวัฒน์ หันประดิษฐ์ (เบอร์ 2) แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ลูกเขยบ้านใหญ่บางพลีอย่างตระกูลรุ่งเรือง เรียกได้ว่าเขตนี้ดุเดือดน่าจับตา เพราะทั้งพลังประชารัฐกับรวมไทยสร้างชาติต่างเป็นคนบ้านใหญ่ทั้งคู่ ต่างกันที่หนึ่งพลังประชารัฐ บ้านใหญ่ปากน้ำกะเจาะพื้นที่บ้านใหญ่บางพลี แน่นอนต้องห้ำหั่นซัดกระสุนกันเต็มที่ แต่อย่าลืมทั้งพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติฐานแฟนคลับเดียวกันย่อมตัดคะแนนกันเอง เขตนี้วุฒินันท์ ย่อมรักษาเก้าอี้ปักธงเป็นสวนส้ม 1 เขตได้ไม่ยาก 

เขตที่ 5 อำเภอเมืองสมุทรปราการ (เฉพาะตำบลแพรกษาใหม่), อำเภอบางพลี (ยกเว้นตำบลบางแก้วและตำบลบางพลีใหญ่) และอำเภอบางเสาธง (เฉพาะตำบลศีรษะจรเข้น้อย) เขตน้องใหม่ และเขตแห่งการพลิกผัน แม้ปลอดอิทธิพลปากน้ำ เพราะมีบ้านใหญ่ท้องถิ่นหลายมุ้ง และที่สำคัญผู้สมัครแต่ละพรรคหน้าใหม่ทั้งสิ้น ไม่เคยลิ้มรสการเป็น ส.ส. เบอร์ที่น่าจับตาได้แก่ จาตุรนต์ นกขมิ้น (เบอร์ 7) พรรคพลังประชารัฐ ลูกบ้านใหญ่เสาไฟกินรี ราชาเทวะ ทรงชัย นกขมิ้น แถมโปรไฟล์คนพื้นที่ ตระกูลการเมือง ปะทะกับนิตยา มีศรี (เบอร์ 5) แห่งพรรคก้าวไกล หวังใช้กระแสพรรคสยบบ้านใหญ่เสาไฟกินรี และสุดท้ายคือนิธิพล บุญเพ็ชร (เบอร์ 1) พรรคเพื่อไทย เขตนี้จึงน่าจับตาเพราะเป็นเบอร์ใหม่คนใหม่หมด ไม่รู้ว่าข่าวกินรีจะพาจาตุรนต์ คนพื้นที่ รุ่งเรืองหรือรุ่งริ่งและกระแสก้าวไกลจะพานิตยาเข้าสภาได้หรือไม่ 

เขต 6 อำเภอพระประแดง (ยกเว้นตำบลบางจาก) เรียกได้ว่าแชมป์เก่า เจอแชมป์เก๋า เพราะแชมป์เก่าอย่างฐาปกรณ์ กุลเจริญ (เบอร์ 5) หลานของสนิท กุลเจริญ นักการเมืองรุ่นใหญ่ เจ้าของพื้นที่ ปะทะ นฤมล ธารดำรง (เบอร์ 6) อดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน คราวนี้ลงให้พรรคเพื่อไทย แต่ใช่ว่าจะปะทะแค่ 2 เบอร์ เพราะมีกุลชร มีสัมฤทธิ์ (เบอร์ 7) สามีนายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ และมีวีรภัทร คันธะ (เบอร์ 8) พรรคก้าวไกล เขตนี้น่าจับตาการตัดคะแนน และเรื่องกระแสพรรค เพราะหากฝ่ายอำนาจนิยมและท้องถิ่นตัดคะแนนไปมาย่อมส่งผลให้กับพรรคก้าวไกล อาศัยความเป็นรุ่นใหม่ขยันลงพื้นที่ ย่อมเข้าเส้นชัยได้ไม่ยาก 

เขต 7 อำเภอพระสมุทรเจดีย์และอำเภอพระประแดง (เฉพาะตำบลบางจาก) ตัวตึงเขตนี้มี 3 ตัวต ได้ แก่ ต่อศักดิ์ อัศวเหม (เบอร์ 1) คนบ้านใหญ่ปากน้ำ ที่หวังเจาะพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ในนามพรรคพลังประชารัฐ วัดกับแชมป์เก่าอย่างไพลิน เทียนสุวรรณ (เบอร์ 8) อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ย้ายตามลุงตู่ไปรวมไทยสร้างชาติ เรียกได้ว่าตัดกันเองทั้งคะแนนจากท้องถิ่น และคะแนนพรรคกันไปเลย แถมเจอการผสมโรงของนักการเมืองเจนสนามของพรรคเพื่อไทยอย่างประชา ประสพดี (เบอร์ 7) กระแสพรรคก้าวไกลที่ส่งคนเข้าชิงชัยอย่างบุญเลิศ แสงพันธุ์ (เบอร์ 2) เรียกได้ว่าเขตนี้ตัดกันสนุกตั้งแต่คะแนนนิยมส่วนบุคคล นิยมพรรค ท้องถิ่นนิยม และกระแสนิยม ทำไปทำมาอาจมีม้ามืดก็เป็นไปได้ 

และสุดท้ายเขต 8 อำเภอบางบ่อและอำเภอบางเสาธง (ยกเว้นตำบลศีรษะจรเข้น้อย) แชมป์เก่าดาราการเมืองตุ๊กตาทองยอดเยี่ยมก้มกราบลุงป้อมจนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเข้าบ้านปากน้ำ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก (เบอร์ 6) ลงประกวดในนามพรรคลุงป้อม พลังประชารัฐเช่นเดิม เจอของแข็งอย่างสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ (เบอร์ 7) อดีต ส.ส.หลายสมัยจากพรรคเพื่อไทย ที่เคยล้มนักการเมืองรุ่นเดอะอย่างมั่น พัธโนทัย ไหนจะเจอคนของพรรคก้าวไกลที่มีกระแสพรรคและคนพื้นที่อย่างตรัยวรรธน์ อิ่มใจ (เบอร์ 4) เขตนี้จึงน่าจับตาว่าดีกรีนักแสดงนำชายการเมืองจะเหนียวหรือไม่ หากรักษาแชมป์ไว้ไม่ได้ ที่กราบไปเที่ยวแล้วถือว่าไร้ความหมาย เสียของเสียหน้าแถมเสียมือ 

ภาพการเลือกตั้ง 2566 ที่กำลังมาถึงสะท้อนให้เห็นว่า เที่ยวนี้สมุทรปราการอาจเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่กระสุนเงินเพียงอย่างเดียวที่ต้องจ่ายออกไป เที่ยวนี้กระแสมาแรง ลมกำลังเปลี่ยนทิศ ไม่เอาเผด็จการ แต่ต้องการรัฐบาลเสรีประชาธิปไตย 

หากสมุทรปราการเปลี่ยนขั้ว กลายเป็นสวนส้มปักธงก้าวไกลแบบกระแสทักษิณ ย่อมหมายความว่า ความชัดเจนของก้าวไกลและความไม่ชัดเจนของเพื่อไทยในการจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับขั้วเผด็จการส่งผลต่อการเลือกตั้ง นักการเมืองท้องถิ่นที่ไม่ปรับตัวและยังคงอยู่กับฝ่ายอำนาจนิยมย่อมหมดความหมาย เพราะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ทั้ง 8 เขตของสมุทรปราการ ตระกูลการเมืองท้องถิ่นยังลงสังกัดในนามพรรคพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และเพื่อไทยบางส่วน   

แต่ที่น่าจับตาอย่างที่สุดคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนเลือกตั้งก็แผลงฤทธิ์ ไหนจะบัตร 2 ใบ คนละเบอร์ ไหนจะใส่รูป ใส่โลโก้ ใส่ชื่อผู้สมัคร เบอร์พรรคผิด ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ต่างประเทศ และไหนจะพิมพ์บัตรเกินมาเจ็ดล้านใบ ทำให้เห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่เพียง “กระแส กระสุน ตัวบุคคล” แต่ต้อง “ระวัง กกต.” เพราะหากท่านกะพริบตา ไฟดับ กกต.ย่อมแผลงฤทธิ์ไม่น้อยไปกว่าปี 2562 อย่างแน่นอน ระวังที่สุดในสมุทรปราการ เพราะสมุทรปราการขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการโกงเลือกตั้ง มีทั้งหีบหาย หีบตกน้ำ ปล้นหีบ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 

อย่าปล่อยให้การเลือกตั้งที่ประชาชนมีอำนาจเต็ม 4 ปีต้องสกปรก เพราะกติกาความสกปรกเริ่มต้นที่กรรมการ 

Content Creator