หากเปรียบเทียบคนทำงานเหมือนดอกไม้ เราย่อมเป็นดอกไม้หลายชนิดที่มีลักษณะ สีสัน กลิ่นหอม และเบ่งบานในฤดูที่ไม่เหมือนกัน เพราะในชีวิตจริง เราทุกคนมีความแตกต่างกันได้ทั้งเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และทัศนคติ
เมื่อเราทุกคนมีความแตกต่างกันไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง สถานที่ทำงานจึงเปรียบได้กับทุ่งดอกไม้ที่รวมความหลากหลายผู้คนเข้าด้วยกัน การบ่มเพาะศักยภาพให้ทุกคนได้เติบโตบนเส้นทางอาชีพ จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญในหลายองค์กร

The Modernist ได้พูดคุยกับ พี่ตุ๊ก – ศิริพร ผลชีวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rakluke Edutex (RET) หนึ่งในกลุ่มบริษัท Rakluke Learning Group โดยก่อตั้งมานานกว่า 20 ปี ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้วยการออกแบบและผลิตสื่อนิทรรศการ
โดยเธอมองว่า การเรียนรู้ที่สำคัญนั้นคือ การเรียนรู้ผ่านผู้คน เพราะว่าคนจะมาพร้อมฐานความรู้และความเชี่ยวชาญของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นแนวคิดการบริหารคน เพื่อเข้าใจและเคารพในความแตกต่างของทุกคนในองค์กร
ต่างคน ต่างความคิด เป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน
“เราต้องเข้าใจว่ามนุษย์โตมาไม่เหมือนกัน สภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน ความคิดความคุ้นชินก็จะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นย่อมมีความแตกต่าง ซึ่งมันเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่เขาจะมีความเป็นตัวของเขา”
พี่ตุ๊กเล่าว่าในกระบวนการทำงานออกแบบสื่อนิทรรศการนั้น พนักงานก็เป็นหนึ่งในผู้ชมด้วย ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นเพื่อวิจารณ์ผลงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเติมเต็มช่องโหว่ในการทำงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“ขอให้กล้าที่จะแสดงไอเดียของตัวเองออกมา ถ้าจะกล้าก็คือพี่ก็ต้องไม่บล็อก โดยในวงประชุมเราต้องเอางานเป็นตัวตั้ง แล้วเอาตัวเองออกไปก่อน เมื่อโยนไอเดียลงไปแล้วก็ดูว่าไอเดียนั้นมันเหมาะกับงานไหม ไม่งั้นเราจะไปโต้เถียงกันบนความคิดที่ไม่มีทางเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องเลือกไอเดียที่ดีที่สุดและเหมาะกับงานของเรา”
โดดเด่นและแตกต่างอย่างมืออาชีพ
“ตัวตนของเราในการทำงานต้องไม่เปลี่ยน ธงที่จะเอาให้ได้ เอาให้ทัน เอาให้ผ่าน เอาให้ดี ธงพวกนี้ต้องไม่เปลี่ยน เพราะฉะนั้นในการทำงานเราต้องหาวิธีการไปด้วยกันที่จะได้ธงอันนี้มา แต่อย่าเปลี่ยนธงเพราะมันคือความเป็นตัวเรา”
“สมมติว่าเราเป็นคนช่างซัก ช่างถาม แล้วไปเจอพี่ที่ชอบดุ ก็อย่าให้พี่มาเปลี่ยนเราให้เป็นคนเศร้าซึมจนไม่กล้าซัก ไม่กล้าถาม เราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนกล้าพูดในที่ประชุม สร้างความมั่นใจให้เขาว่ามันไม่เป็นไร เขาสามารถพูดได้ ไอเดียของเขาถูกนำเสนอได้ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร”

พี่ตุ๊กเล่าต่อว่า ธรรมชาติของคนเรา เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกันย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งต้องอยู่บนพื้นฐานความไว้วางใจว่าทุกคนพยายามและตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดโดยไม่มีเงื่อนไข ที่สำคัญตัวตนของเราที่โดดเด่นในความเป็นมืออาชีพต้องไม่เปลี่ยนไป
“ปัญหาบางทีขึ้นอยู่กับความคิดส่วนบุคคล เราเอางานเป็นตัวตั้งอย่างมืออาชีพดีกว่า ถ้าเลิกงานแล้วคุณจะไม่ไปกินข้าวด้วยกันมันก็เป็นเรื่องปกติเพราะรสนิยมของคุณต่างกันก็เท่านั้นเอง”
ความแตกต่างของคนบนมาตรฐานทำงานเดียวกัน
เมื่อมองไปยังความแตกต่างที่เกิดขึ้นในการทำงาน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเป็นผู้บริหารคือการทำให้ทุกคนมั่นใจว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในการทำงาน
“บรรยากาศโดยรวมของที่นี่ เราจะอยู่กันแบบพี่น้องมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง มันจะมีฟีลลิ่งของการที่ทุกคนเท่ากันหมด พี่ก็นั่งโต๊ะแบบน้อง กินข้าวแบบน้อง นั่งรถแบบน้อง เราไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นพี่จะบอกตั้งแต่คัดเข้ามาเลยว่า ถ้าเกิดว่าเข้ามาแล้วอยู่ด้วยกัน การบ่มเพาะคุณลักษณะ ค่านิยมที่เรายึดถือ ความรู้สึกที่เรามี หรือว่าบรรยากาศการทำงานเราจะไม่มีเรื่องการเมือง”

“เราคิดว่าทุกคนเหมือนกัน ถึงแม้จะมีติดขัดกันบ้าง แต่เราต้องพยายามเปลี่ยนและหาข้อตกลงตรงกลางที่เราปฏิบัติร่วมกันได้ทุกคน ยกตัวอย่างเช่น เราบอกว่าต้องมาทำงาน 9 โมง แต่มีคนมาทำงาน 9 โมงครึ่งทุกวัน เราก็ต้องบอกให้ได้ว่าคนหมู่มากเขามา 9 โมง แกต้องพยายามหน่อย สุดท้ายถ้าทำไม่ได้แล้วรู้สึกซัฟเฟอร์มากถึงขั้นจะลาออก เราก็ต้องมาคุยกันใหม่ สมมติเราให้มา 9 โมงครึ่งก็ได้ แต่คุณต้องออกหลังคนอื่นครึ่งชั่วโมงนะ อันนี้คือข้อตกลงใหม่ที่ทำให้ทุกคนไม่ต้องไปซัฟเฟอร์ ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น”
“แต่อย่าตั้งมั่นอยู่บนการเอาเปรียบ”
“สิ่งที่พี่ให้ได้เท่ากันคือความยุติธรรม นอกนั้นไม่เท่ากันแน่นอน เงินเดือนคุณไม่มีทางเท่ากัน ภารกิจ ความรับผิดชอบ หน้าที่การงานไม่เท่ากัน เพราะมันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน แต่ความยุติธรรมจะเป็นสิ่งที่พี่ให้ได้ทุกคน”
ทุกคนมีฤดูเบ่งบานในการทำงานที่ต่างกัน
เมื่อเปรียบผู้คนเป็นดอกไม้ ย่อมต้องได้รับการบ่มเพาะเพื่อเบ่งบานให้ออกดอกออกใบสวยงาม เราจึงถามไปยังพี่ตุ๊กถึงแนวทางการพัฒนาศักยภาพพนักงาน
“การพัฒนาคนของเราจะอยู่ในงานเป็นส่วนใหญ่เพราะงานมีความสำคัญ งานที่ทำไม่เหมือนกันแม้แต่งานเดียว ฉะนั้นพัฒนาการของเขาหรือการเรียนรู้ของเราจะเกิดจากการทำงานของเขาเลย เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานกับพี่ต้องมีความขยัน เอาจริงเอาจัง ทำงานก็ทำให้มันดีเพราะชีวิตนี้ไม่รู้จะทำได้กี่งาน แล้วการทำงานนี่แหละจะทำให้เราเติบโต”
“พี่เป็นผู้บริหารที่โชคดี เพราะว่ามีน้องๆ อยู่ด้วยกันมานาน ตอนนี้น่าจะไม่มีใครทำงานที่นี่ต่ำกว่า 5 ปี บางคนอยู่มาก่อนพี่แล้วก็มี คือพวกเขามีความรักในงานที่ทำงาน ทุกคนตั้งใจทำงานแล้วก็ไม่เคยปล่อยให้งานมันออกมาไม่ดี
“ทำไม่ไหวไม่เป็นไร ยกมือขอความช่วยเหลือ เราทุกคนช่วยกันได้ ถ้าคุณทําไม่ได้พี่ต้องทําให้ได้ พี่ไม่ทําให้ได้ลูกพี่ของพี่ก็ต้องทําให้ได้ ถึงแม้ว่างานจะมีความรับผิดชอบแต่ละคนชัดเจน แต่ความรับผิดชอบสูงสุดก็คือพวกเราทั้งหมดภายใต้ Rakluke Edutex”
“ปรัชญาองค์กรของทางกรุ๊ปเราไม่ได้หวังกำไรสูงสุด แต่เราก็ต้องอยู่ให้ได้ในเชิงธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้พนักงาน”