ประเด็นเรื่องของชุดนักเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นทำให้ผู้เขียนมองเห็นอะไรหลายๆอย่าง เช่น ความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยกับการเรียกร้อง ความคิดเห็นที่เห็นด้วยกับเป้าหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ รวมถึงความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผ่อนปรนการแต่งกายชุดนักเรียน โดยให้นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) สามารถใส่ชุดไปรเวทรวมถึงการไว้ทรงผมแบบอิสระไปเรียนหนังสือได้ 1 วันต่อสัปดาห์
จากประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เขียนนึกถึงอนิเมชั่นเรื่อง “โมบิลสูท กันดั้ม (Mobile Suit Gundam)” โดยเฉพาะตัวละครที่ชื่อ “ชาร์ อัสนาเบิล (Char Aznable)” ตัวละครยอดนิยมจากเหล่าแฟนๆ กันดั้ม ผู้เป็นต้นแบบของอัตลักษณ์ “ชายสวมหน้ากาก” ที่จะมาปรากฏตัวในกัมดั้มซีรีส์แทบทุกเรื่อง
ภูมิหลังตัวละคร
ชาร์ อัสนาเบิล เป็นชื่อปลอมของ “แคสวัล เรม ไดคุน (Casval Rem Deikun)” ผู้เป็นลูกชายของ “ซีออน ซูม ไดคุน (Zeon Zum Deikun)” ผู้นำอาณานิคมอวกาศ (Space Colony) แห่งที่ 3 (Side 3) และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแนวคิดในการให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในอาณานิคมอวกาศ ได้มีสิทธิที่จะปกครองตนเอง รวมทั้งยังเป็นผู้ที่เชื่อว่า มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในอวกาศสามารถวิวัฒนาการให้ตนเองกลายเป็น “มนุษย์พันธุ์ใหม่” หรือ “Newtype” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สามารถใช้พลังจิตในการติดต่อสื่อสารในจักรวาลที่กว้างใหญ่ได้
ซีออนได้ถูกลอบสังหารโดยตระกูลซาบี (Zabi) ตระกูลที่มีความใกล้ชิดกับซีออน ทำให้แคสวัลต้องลี้ภัยทางการเมือง ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลราล หนึ่งในไม่กี่ตระกูลที่ยังจงรักภักดีต่อซีออน ในระหว่างที่แคสวัลกำลังหลบหนีอยู่นี้เอง เขาได้รู้จักกับ ชาร์ อัสนาเบิล ผู้ที่มีหน้าตาคล้ายกับตนเอง ยกเว้นเพียงสีของดวงตาเท่านั้น
และเมื่อชาร์ อัสนาเบิลได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารของอาณาจักรซีออน (Principality of Zeon) อาณาจักรที่ตั้งขึ้นโดยตระกูลซาบี แคสวัลได้สับเปลี่ยนตัวกับชาร์ในระหว่างการเดินทางไปยังซีออน ทำให้ชาร์ตัวจริงถูกลอบวางระเบิดเสียชีวิตด้วยฝีมือของตระกูลซาบีที่กำลังจับตาดูแคสวัลอยู่ ส่วนแคสวัลก็ได้สวมรอยเป็น ชาร์ อัสนาเบิล นับแต่นั้นเป็นต้นมา
บทบาทในอนิเมชั่นเรื่อง อภินิหารหุ่นกันดั้ม (Mobile Suit Gundam – 1979)
เนื้อเรื่องคร่าวๆของอภินิหารหุ่นกันดั้ม หรือ Mobile Suit Gundam เรื่องแรกของซีรีส์นั้น เป็นเรื่องราวสงครามระหว่างสหพันธ์โลกและอาณาจักรซีออน โดยอาณาจักรซีออนต้องการมีสิทธิที่จะปกครองตนเองจากสหพันธ์โลก จึงต้องทำสงครามปลดแอกตนเองโดยมีหุ่นยนต์ที่มีลักษณะมนุษย์ที่เรียกว่า “โมบิลสูท (Mobile Suit)” เป็นอาวุธหลักในการทำสงคราม
ส่วน ชาร์ อัสนาเบิล ก็เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่เป็นนักบินโมบิลสูทของฝ่ายซีออน ที่มีผลต่อการดำเนินเรื่องราวและยังเป็นคู่ปรับฟ้าประทานของ อามุโร่ เรย์ (Amuro Ray) นักบินของฝ่ายสหพันธ์โลก ผู้ที่ขึ้นขับ “กัมดั้ม” โมบิลสูทที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของฝ่ายสหพันธ์โลกในขณะนั้น ซึ่งในเนื้อเรื่องของอภินิหารหุ่นกันดั้มนั้น ชาร์นอกจากจะเป็นนักบินของอาณาจักรซีออนแล้ว เขายังล้างแค้นตระกูลซาบีที่ปกครองอาณาจักรดังกล่าวพร้อมทั้งรวบรวมมนุษย์ที่มีพลังวิเศษหรือ Newtype ไปด้วยเช่นกัน
ชาร์ อัสนาเบิล กับอีกหนึ่งชื่อปลอม “ควาโทร บาจิน่า (Quattro Bajeerna)” ใน Mobile Suit Zeta Gundam – 1985
โมบิลสูท ซีต้ากันดั้ม (1985) เป็นซีรีส์กันดั้มเรื่องที่ 2 ต่อจาก อภินิหารหุ่นกันดั้ม ที่ฉายในปี 1979 โดยเนื้อเรื่องจะเป็นการเล่าถึงผลลัพธ์ของสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างสหพันธ์โลกและอาณาจักรซีออน ซึ่งอาณาจักรซีออนได้พ่ายแพ้ต่อสหพันธ์โลก นอกจากนี้ทางสหพันธ์โลกได้มีการก่อตั้ง “กองกำลังทีทาน (Titans)” ขึ้นมาเพื่อกวาดล้างกองทัพของซีออนที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่ทว่ากองกำลังทีทานกลับข่มเหงชาวอาณานิคมอวกาศด้วยเช่นกัน เป็นเหตุให้ชาวอาณานิคมอวกาศ รวมถึงนายทหารของสหพันธ์โลกบางส่วนรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มเอวโก้ (Anti Earth Union Group – A.E.U.G) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อต้านกองกำลังทีทานโดยเฉพาะ
ชาร์ อัสนาเบิล ในซีรีส์นี้เขาได้ใช้นามแฝงว่า ควาโทร บาจิน่า เข้าไปเป็นนักบินโมบิลสูทในกลุ่มเอวโก้ เพื่อต่อสู้กับกลุ่มทีทาน รวมถึงต้องการปลดแอกชาวอาณานิคมอวกาศจากการปกครองของสหพันธ์โลก เขาได้พบกับ คามิว บิดัน (Kamille Bidan) ตัวเอกของซีรีส์ ที่เป็นเด็กหนุ่มผู้มีพลัง Newtype ที่มหาศาล ซึ่งได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับกลุ่มเอวโก้ เนื่องจากไม่พอใจวิธีการปกครองชาวอาณานิคมอวกาศของกลุ่มทีทาน และนอกจากนี้ชาร์ยังได้ต่อสู้ร่วมกับอามุโร่ เรย์ ตัวเอกจากอภินิหารหุ่นกันดั้ม เพราะเนื่องจากอามุโร่ก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองกำลังทีทาน
ในกันดั้มซีรีส์เรื่องดังกล่าวนี้เอง ที่เราจะได้เห็นอุดมการณ์ทางการเมืองของชาร์ อัสนาเบิลแบบชัดเจนจากการที่เขาพูดสุนทรพจน์ที่เกี่ยวกับการให้มนุษยชาติทุกคนอพยพไปอาศัยอยู่ในอวกาศ เนื่องจากโลกนั้นกำลังเสื่อมโทรมด้วยน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันเอง และนอกจากนี้สุนทรพจน์ดังกล่าวยังโจมตีกองกำลังทีทานว่าเป็นพวกอำนาจนิยมที่ไม่ต่างอะไรกับตระกูลซาบีที่กำลังถูกแรงดึงดูดของโลกฉุดรั้งความคิดไว้อยู่ ตอนจบกันดั้มซีรีส์เรื่องดังกล่าวนั้น ชาร์ อัสนาเบิลได้หายสาบสูญไปในระหว่างการต่อสู้ในช่วงท้ายของเรื่อง
Mobile Suit Gundam : Char’s Counter Attack – ภาพยนตร์อนิเมชั่นปี 1988 วิธีการสุดท้ายของ ชาร์ อัสนาเบิลในการให้มนุษยชาติอพยพไปอาศัยอยู่ในอวกาศ
Mobile Suit Gundam : Char’s Counter Attack เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี 1988 ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับชาร์ อัสนาเบิล โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิดทางการเมืองที่ชาร์อยากให้มนุษยชาติละทิ้งโลก ไปอาศัยอยู่ในอวกาศ เพื่อให้มนุษย์ทุกคนวิวัฒนาการเป็น Newtype , การให้ชาวอาณานิคมอวกาศได้มีสิทธิในการปกครองตนเอง , ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างชาร์กับคนอื่นๆ โดยเฉพาะอามุโร่ เรย์
ประเด็นของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวคือ ชาร์จะใช้ดาวเคราะห์น้อยที่ชื่อว่า “แอกซิส (Axis)” ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดมากพอที่จะทำให้โลกทั้งใบเกิดปรากฏการณ์ “ฤดูหนาวนิวเคลียร์ (Nuclear Winter)” ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้มนุษยชาติไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้ และจำเป็นต้องอพยพไปในอวกาศในที่สุด แต่แผนการของชาร์ก็ถูกขัดขวางโดยอามุโร่ เรย์ จากกองกำลังลอนโด เบลล์ (Londo Bell) ของกองทัพสหพันธ์โลก และสุดท้ายเขาก็ได้เสียชีวิตลงพร้อมกับอามุโร่ เรย์
หากว่ากันตามตรงแล้ว วิธีการที่ชาร์ใช้เพื่อให้มนุษยชาติทุกคนไปอาศัยอยู่ในอวกาศพร้อมทั้งวิวัฒนาการกลายเป็น Newtype กับกรณีของการรณรงค์ให้ยกเลิกการบังคับแต่งชุดนักเรียนนั้น ผู้เขียนวิเคราะห์ได้ว่า กรณีทั้งสองกรณีที่กล่าวมานั้นทั้งคู่อาจจะสุดโต่งก็จริง แต่ทว่าความสุดโต่งของทั้งคู่นั้นสร้างผลกระทบที่แตกต่างกัน การสุดโต่งของ ชาร์ อัสนาเบิลนั้นสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติที่อยู่ในกันดั้มซีรีส์ เนื่องจากเขาบังคับให้มนุษยชาติทุกคนต้องละทิ้งโลกให้ไปอาศัยอยู่ในอวกาศ ในขณะที่ประเด็นของชุดนักเรียนนั้น หยกเพียงแค่แต่งตัวแบบไปรเวทเพียงคนเดียวโดยที่เธอไม่ได้ไปบังคับใครให้แต่งตามเธอ ซึ่งจุดมุ่งหมายของหยกก็มีเพียงแค่ยกเลิกชุดนักเรียนเท่านั้น
แล้วคุณล่ะ คิดว่าวิธีการของทั้งคู่เป็นวิธีการที่ “สุดโต่ง” หรือไม่?
ผู้เขียน : ณัฐชนน จงห่วงกลาง
ที่มา :
- Mobile Suit Gundam : The Origin (2015 – 2016)
- Mobile Suit Gundam (1979)
- Mobile Suit Zeta Gundam (1985 – 1986)
- Mobile Suit Gundam : Char’s Counter Attack (1988)